การจดทะเบียนบริษัทเป็นเพียงจุดเริ่มต้น ผู้ก่อตั้งต่างชาติที่มองบัญชีเป็นภาระปลายปี มักพบช่องว่าง compliance ปัญหาเงินสด และความเสี่ยงจากการตรวจสอบเมื่อธุรกิจดำเนินไปแล้ว
เปิดบัญชีธนาคารธุรกิจแยกทันที
แยกรายการส่วนตัวกับธุรกิจตั้งแต่วันแรก การตรวจสอบของสรรพากรและการขอสินเชื่อในอนาคตต้องอาศัยสมุดบัญชีธนาคารที่สะอาด ทุกรายการเข้า-ออกควรมีหลักฐานธุรกิจประกอบ
วางแผน VAT ตั้งแต่เนิ่นๆ
หากคาดว่ารายได้ต่อปีจะเกิน 1.8 ล้านบาท ควรวางแผนจด VAT ก่อนข้ามเกณฑ์ ต้องจดภายใน 30 วันหลังรายได้เกิน ไม่ใช่รอสิ้นปี อ่านคู่มือ จด VAT เมื่อรายได้เกิน 1.8 ล้าน
ตั้งจังหวะยื่นภาษีรายเดือนตั้งแต่เดือนแรก
บริษัทในไทยมักมีภาระยื่นหลายรายการตามรอบประจำ:
- หัก ณ ที่จ่าย (ภ.ง.ด.1, 3, 53) — เงินเดือน ค่าบริการ ค่าเช่า และการจ่ายอื่นที่เข้าเงื่อนไข
- ภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภ.พ.30) — หากจด VAT แล้ว
- ประกันสังคม — สำหรับลูกจ้างที่เข้าเงื่อนไข
พลาดเดือนแรกมักทำให้เกิดนิสัยที่แก้ยาก ควรยืนยันแบบ อัตรา และกำหนดล่าสุดกับกรมสรรพากรหรือนักบัญชี
เลือกโปรแกรมบัญชีที่ทีมและสำนักงานบัญชีใช้ร่วมกันได้
ผู้ก่อตั้งต่างชาติมักชอบ Xero หรือ QuickBooks เพราะรายงานภาษาอังกฤษ สำนักงานบัญชีไทยมักถนัด FlowAccount หรือ Peak สำหรับ ภ.ง.ด. และ VAT ควรตกลงแพลตฟอร์ม—หรือแผนใช้สองระบบ—ก่อนรายการสะสม อ่าน เปรียบเทียบ FlowAccount Peak Xero
เก็บเอกสารสองภาษาอย่างเป็นระบบ
สัญญา ใบแจ้งหนี้ และหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายอาจต้องเป็นภาษาไทยหรือสองภาษา เก็บสำเนาดิจิทัลของใบกำกับภาษีทุกฉบับที่ออกและรับ ธุรกิจท่องเที่ยวในภูเก็ตควรแยกรายได้ OTA เงินสด และใบแจ้งหนี้ซัพพลายเออร์ตั้งแต่ต้น
เช็กลิสต์หลังจดทะเบียนบริษัท
- เปิดและใช้บัญชีธนาคารธุรกิจแยกจากส่วนตัว
- แต่งตั้งนักบัญชีหรือสำนักงานบัญชีที่มีคุณสมบัติ
- เลือกและตั้งค่าโปรแกรมบัญชีคลาวด์
- จด VAT หากรายได้ใกล้ 1.8 ล้านบาท
- ตั้งปฏิทินยื่นภาษีรายเดือน (ภ.ง.ด. ภ.พ.30 ประกันสังคม)
- เก็บใบกำกับภาษีจากซัพพลายเออร์ทุกราย
- ออกหนังสือรับรองหัก ณ ที่จ่ายเมื่อจำเป็น
- อ่าน คู่ค้าบัญชียุคใหม่ควรเป็นแบบไหน
Aspect One ดูแลธุรกิจที่มีเจ้าของต่างชาติในกรุงเทพฯ และภูเก็ต ด้วยบัญชีสองภาษา ภาษี และตั้งค่าระบบคลาวด์ ติดต่อทีมภูเก็ต ดูบริการ วางแผนและปฏิบัติตามภาษี หรือ นัดปรึกษา



