เมื่อธุรกิจข้ามเกณฑ์จด VAT กฎเกณฑ์จะเปลี่ยนทันที รายได้ที่เคยบันทึกง่ายๆ ต้องมีใบกำกับภาษี ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน และเก็บเอกสารอย่างเข้มงวดขึ้น

ใครต้องจดทะเบียน VAT

ผู้ประกอบการที่ขายสินค้าหรือให้บริการในราชอาณาจักร และมีรายได้เกิน 1,800,000 บาทต่อปี ต้องจดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม ครอบคลุมนิติบุคคล ห้างหุ้นส่วน และบุคคลธรรมดา รวมถึงร้านค้าออนไลน์และธุรกิจบริการ

รายได้บางประเภทได้รับยกเว้นจากการนับเกณฑ์ (เช่น ผลผลิตทางการเกษตรบางชนิด และบริการวิชาชีพเฉพาะ) ควรตรวจสอบฐานรายได้กับแนวปฏิบัติปัจจุบันของกรมสรรพากร

นับถอยหลัง 30 วันเมื่อรายได้ถึงเกณฑ์

เมื่อรายได้สะสมในปีปฏิทินเกิน 1.8 ล้านบาท ต้องยื่นจดทะเบียนภายใน 30 วัน นับจากวันที่รายได้เกินเกณฑ์ ไม่ใช่รอสิ้นปี การจดล่าช้าอาจถูกประเมินภาษีย้อนหลัง พร้อมเบี้ยปรับและเงินเพิ่ม

คำแนะนำ: เริ่มเตรียมเอกสารเมื่อรายได้ใกล้ 1.5 ล้านบาท เพื่อไม่ต้องรีบจดทะเบียน

เอกสารและสิ่งที่เปลี่ยนหลังจดทะเบียน

เอกสารจดทะเบียนมักประกอบด้วยหนังสือรับรองบริษัท บัตรประชาชนหรือเอกสารนิติบุคคล และหลักฐานที่อยู่ หลังจดแล้วต้อง:

  • ออกใบกำกับภาษีสำหรับการขายที่เข้าเงื่อนไข
  • ยื่น ภ.พ.30 ทุกเดือน โดยทั่วไปภายในวันที่ 15 ของเดือนถัดไป (ตรวจสอบกำหนดล่าสุดกับกรมสรรพากร)
  • เก็บใบกำกับภาษีซื้อจากซัพพลายเออร์เพื่อหักภาษีซื้อ
  • ปรับระบบบัญชีและ POS ให้แสดง VAT บนใบแจ้งหนี้

ข้อผิดพลาดที่ SME พบบ่อย

  • รอจนกว่าสิ้นปีถึงรู้ว่าต้องจด
  • ไม่เก็บใบกำกับภาษีซื้อ ทำให้เสียสิทธิหักภาษีซื้อ
  • ปนรายจ่ายส่วนตัวกับธุรกิจหลังจด VAT
  • ไม่สำรองเงินสดสำหรับภาษีขายสุทธิที่ต้องนำส่ง

ธุรกิจท่องเที่ยวในภูเก็ตมักข้ามเกณฑ์ในฤดูสูง ควรวางแผนกระแสเงินสด VAT ก่อนช่วงพีค ไม่ใช่รอถึงฤดูยื่นภาษี

เช็กลิสต์จด VAT

  • ติดตามรายได้สะสมเทียบเกณฑ์ 1.8 ล้านทุกเดือน
  • เตรียมเอกสารก่อนข้ามเกณฑ์
  • จดทะเบียนภายใน 30 วันหลังรายได้เกิน
  • ตั้งค่าระบบออกใบแจ้งหนี้และบัญชีสำหรับ VAT 7%
  • กำหนดจังหวะยื่นและชำระ ภ.พ.30 รายเดือน
  • อบรมพนักงานเรื่องออกและเก็บใบกำกับภาษี

อ่านเพิ่มเติม: ภาษีธุรกิจท่องเที่ยวภูเก็ต

Aspect One ช่วย SME จดทะเบียน VAT ตั้งระบบใบกำกับภาษี และดูแลการยื่นรายเดือน ดูบริการ วางแผนและปฏิบัติตามภาษี หรือ ติดต่อเรา